แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครูEP แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครูEP แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

Contents for English Program Students and Teachers

สวัสดีครับ น้องๆ พี่ๆ ที่เรียนและสอนในโรงเรียน สองภาษาหรือที่เราเรียกว่า English Program วันก่อนผมได้มีโอกาสได้สนทนากับน้องนักเรียนจากโรงเรียนสองภาษาแห่งหนึ่งแถวๆ พญาไท โดยหัวข้อที่เราได้สนทนากันนั้นส่วนใหญ่เกี่ยวกับ ระบบการเรียนสองภาษา การปรับตัวของน้องๆ ทีเข้าเรียนวิชาต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ โดยจากที่ได้สนทนากัน ก็พบว่าส่วนหนึ่งของนักเรียนที่เข้าเรียนในหลักสูตร English Program จะพบกับความยากในการทําความเข้าใจเนื้อหา โดยเฉพาะเวลาที่ต้องฟัง ต้องตอบโต้หรือแม้แต่การอ่านและเขียนเพื่อส่งการบ้าน สิ่งเหล่านี้จริงๆแล้วเกิดจากการที่น้องๆ ที่เข้าเรียนในห้องเรียนสองภาษาอาจยังไม่คุ้นเคยและยังไม่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาจึงทําให้เกิดความยากในทักษะต่างๆข้างต้น

จากข้อสรุปเรื่องทักษะการใช้ภาษาเป็นส่วนสําคัญในการสร้างความสําเร็จในการเรียนหลักสูตรสองภาษา ผมจึงได้ถามเพิ่มเติมกับน้องๆ ว่ามีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษระหว่างวัน ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนอย่างไรบ้าง ซึ่งก็ได้คําตอบว่าส่วนใหญ่น้องๆ จะใช้ภาษาอังกฤษมากในห้องเรียน และในเวลาที่จัดให้ฝึกภาษาตอนอยูในโรงเรียน ซึ่งพอกลับบ้านก็จะใช้ภาษาไทยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจากที่ฟังมานี้ผมก็พอสรุปได้ว่า นักเรียนส่วนใหญ่ที่อาจปรับตัวยากและพบว่าการเรียนสองภาษาหรือ English Program ยากกว่าภาคปกตินั้นเกิดจากการที่น้องๆ ไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้ภาษาหรือเพิ่มทักษะด้านภาษานั่นเอง

ดังนั้นหากน้องๆมีโอกาสหรือมีช่องทางในการใช้หรือเรียนภาษามากขึ้นทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน น่าจะช่วยให้น้องๆพัฒนาและเพิ่มทักษะด้านภาษาที่ต้องใช้ในการเรียนแบบ English Program ได้มากกว่าเดิม และเพื่อเติมเต็มตรงนี้ ผมได้ไปลองหาเว็ปทางการศึกษาในต่างๆประเทศที่มีเนื้อหาต่างๆที่อยู่ในรูป หนังสือ ภาพเคลื่อยไหว เพลง หรือ วีดีโอ ซึ่งผู้จัดทําเป็นหน่วยงานในต่างประเทศที่ทําเพื่อการเรียนของเด็กอย่างแท้จริงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งตัวเนื้อหาเองผมดูแล้วก็มีคุณภาพในระดับที่ดีเลยทีเดียว

เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ สามารถเข้าไปเรียนและฝึกทักษะภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในห้องเรียนสองภาษาหรือ English Program ได้จาก เว็ปต่อไปนี้ครับ
1 http://www.netrover.com/~kingskid/Math/math_kids.html
2 http://www.sciencenewsforkids.org/

3 http://www.primarygames.com/social_studies.htm

ซึ่งทั้งสามเว็ปไซต์มีเนื้อหาสําหรับการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสต์และสังคมเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งจะสามารถช่วยให้น้องๆ สามารถเพิ่มช่องทางการเรียนภาษาสําหรับห้องเรียน English Program ได้มากทีเดียวครับ

สําหรับคราวหน้าผมจะเขียนเพิ่มแบบเจาะลึกลงไปที่ สื่อการเรียนของแต่ละเว็ป โดยเป็นการแปลและให้คําแนะนําเพิ่มเติมเพื่อให้น้องๆและเพื่อนๆ สามารถเรียนไปด้วยกันได้ครับ

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

science math workshop by SmartEP

สวัสดีครับ วันนี้ผมก็มีภาพบรรยากาศ การทํา workshop ด้าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ที่สถาบันแห่งหนึ่งมาฝากเพื่อนๆ ครับ  โดยคอนเซปของงานคือ การนําการทดลองของสองวิชานี้มาใช้ควบคู่กับการใช้ภาษาอังกฤษ ฟังแล้วน่าสนใจดีนะครับ

เพื่อนๆที่พลาดงานสามารถดูรูปบรรยากาศได้ที่นี่ครับ

ซุ้ม คณิตศาสตร์

http://smartep.com/Album_02_math.html

ซุ้มชีววิทยา

http://smartep.com/Album_02_bio.html

ซุ้มฟิสิกส์

http://smartep.com/Album_02_phy.html

ซุ้มเคมี
http://smartep.com/Album_02_chem.html

สําหรับงานในครั้งต่อไปเพื่อนๆ สามารถติดตามได้จาก blog นี้นะครับ

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

“ชินภัทร” จ่อปูพรมดัน ร.ร.สอน Bilingual “คณิต-วิทย์”

หวัดดีครับ วันนี้ มีข่าวที่หน้าสนใจเกี่ยวกับการเรียนในโรงเรียนแบบสองภาษามาฝากเพื่อนๆครับ ซึ่งคราวนี้เกี่ยวกับโครงการพลักดันให้เกิดโรงเรียนแบบ Bilingual ที่สอน คณิตวิทย์ เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งโครงการนี้คาดว่าจะถูกผลักดันให้เกิดโดย คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครับ  ซึ่งน่าสนใจมากครับ อยากให้มีโรงเรียนสองภาษาเกิดมากๆ เพราะจะเป็นการยกระดับการเรียนรู้ของเด็กไทยครับ และเพื่อรองรับการเข้าร่วมเป็น Asian Community ในอนาคตอันใกล้ด้วยครับ

สําหรับรายละเอียดของข่าวอ่านต่อข้างล่างครับ

   สพฐ.เตรียมปูพรมดัน ร.ร.ในสังกัดทุกระดับ เรียนและสอนแบบ Bilingual วิชาหลักคณิต วิทย์ หวังเพิ่มคุณภาพการใช้ภาษาอังกฤษของเด็กไทย ขณะที่เลขาธิการ กพฐ.ระบุหลักสูตรภาษาอังกฤษปัจจุบันมีชั่วโมงเรียนน้อยมาก ระดับประถมแค่สัปดาห์ละ 1 คาบ ไม่เพียงพอพัฒนาเด็กไทย
     
       นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สพฐ.มีโครงการที่จะผลักดันให้โรงเรียนในสังกัดทุกระดับตั้งแต่ระดับประถม ศึกษา โรงเรียนขยายโอกาส และโรงเรียนมัธยมศึกษา จัดการเรียนการสอนแบบสองภาษา ไทยคู่อังกฤษ หรือที่เรียกว่า English Bilingual Education (EBE) โดยหวังว่าวิธีดังกล่าวจะช่วยให้การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษประสบความ สำเร็จเร็วขึ้น
     
       อย่างไรก็ตาม หลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษที่ใช้อยู่มีชั่วโมงเรียนจำกัดมาก โดยระดับประถมศึกษาเรียนภาษาอังกฤษเพียงสัปดาห์ละ 1 คาบ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเด็กได้ ซึ่งจากการส่งนักวิชาการของ สพฐ.ไปดูงานที่ต่างประเทศ เช่น ประเทศสเปน เลือกใช้วิธีแก้ปัญหาเรื่องเวลาเรียนด้วยการหันไปจัดการเรียนการสอนวิชาทั่ว ไป เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา เป็นภาษาอังกฤษ ด้วย ซึ่งวิธีการดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กได้พัฒนาฟัง พูด เขียนภาษาอังกฤษ และพบว่า การสอนแบบ EBE นั้น เป็นวิธีพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้เด็กที่มีประสิทธิภาพ
     
       นายชินภัทร กล่าวต่อว่า ดังนั้น สพฐ.จะมอบให้สถาบันภาษาอังกฤษ ไปศึกษาและยกร่างแผนผลักดันให้โรงเรียนในสังกัดจัดการเรียนการสอนแบบสองภาษา (Bilingual) โดยจะทยอยเริ่มจากโรงเรียนที่มีความพร้อม และให้ขึ้นอยู่กับศักยภาพของโรงเรียนที่จะเลือกจัดการเรียนวิชาใดเป็นภาษา อังกฤษ แต่เน้นวิชาคณิต วิทย์ และสังคมศึกษา อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนการสอนแบบ Bilingual ในโรงเรียนของ สพฐ.นั้น จะมีความแตกต่างจากหลักสูตร English Program (EP) ซึ่งจะแยกชั้นเรียนออกจากหลักสูตรปกติและเก็บค่าธรรมเนียมในราคาสูง เริ่มต้นตั้งแต่ 35,000 บาทต่อเทอม และมีข้อกำหนดต่าง ๆ ออกมาเพื่อรักษามาตรฐานของการจัดการเรียนการสอนพร้อมป้องกันโรงเรียนเอา เปรียบผู้บริโภค เช่น กำหนดให้ทุกวิชาต้องสอนเป็นภาษาอังกฤษ ยกเว้น ภาษาไทย และต้องมีครูชาวต่างชาติตามเกณฑ์ที่กำหนด
     
       “หลักสูตร Bilingual นั้น เด็กทุกคนจะได้อานิสงส์โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม และให้โอกาสโรงเรียนเลือกสอนวิชาที่พร้อมเป็นภาษาอังกฤษ บางวิชา อาจสอนเป็นภาษาอังกฤษบางส่วนได้ อีกทั้งไม่จำเป็นต้องมีครูชาวต่างชาติ แต่อาจใช้วิธีพัฒนาครูไทยให้สามารถจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษแทน ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ก็มีหลักสูตรอบรมครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษได้ โดยเริ่มอบรมครูของโรงเรียนที่อยู่ในกลุ่ม Education Hub ไปแล้ว และจะมีการขยายผลโดยเร็วต่อไป”นายชินภัทร กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม สพฐ.ยังดำเนินโครงการจัดจ้างครูชาวต่างชาติจำนวน 350 คน มาประจำโรงเรียนในสังกัดอยู่ เพียงแต่เห็นจำนวนครูต่างชาติที่ สพฐ.สามารถจัดหามาได้นั้น ห่างไกลจากตัวเลขโรงเรียนในสังกัดกว่า 30,000 โรงอยู่มาก จึงต้องเร่งพัฒนาครูไทยให้สามารถสอนเป็นภาษาอังกฤษได้คู่ขนานไปด้วย
 

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Science and Math Workshop

  สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ห่างหายไประยะหนึ่งในการเขียนบลอกการเรียนสองภาษาเนื่องจากกําลังซุ่มเขียนหนังสือและหากิจกรรมที่น่าสนใจมาให้เพื่อนๆครับ และวันก่อนพอดีผมได้มีโอกาสไปเยี่มเยียนโรงเรียนที่สอนอีพีแห่งหนึ่งแถวรถไฟฟ้าพญาไท และโรงเรียนกําลังจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับการทดลองวิทยาศาตร์และคณิตศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ ในวันเสาร์หน้านี้ 25 มิถุนายน 2554 ผมเลยรีบนําข่าวมาบอกเพื่อนๆครับ

  ถ้าเพื่อนๆ มีเวลาก็ลองมาร่วมกิจกรรมนะครับ ดูว่าการทํากิจกรรมวิทย์และคณิตเป็นภาษาอังกฤษในแบบของ English Program น่าสนุกและน่าสนใจขนาดไหนครับ  และถ้าลองแล้วดีแวะมาแชร์ในบลอกให้เพื่อนๆคนอื่นฟังด้วยนะครับ

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

ทําอย่างไรจึงเพิ่มความเข้าใจและพื้นฐานในการเรียนคณิตและวิทย์สําหรับหลักสูตร EP และสองภาษา

สวัสดีครับ ช่วงนี้ น้องๆ หลายคน ก็น่าจะทราบผลการสอบเข้าเรียนใน โรงเรียนต่างๆ รวมทั้งในหลักสูตรสองภาษา และ English Program (EP) ครับ  ซึ่งน้องๆ ที่ประสบความสําเร็จในการสอบพี่ก็ขอแสดงความยินดีและขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนสามารถประสบความสําเร็จในการเรียนต่อไปครับ สําหรับน้องๆ ที่อาจจะสอบเข้าไม่ได้ในโรงเรียนหรือหลักสูตรที่หวังไว้ก็ ไม่ต้องท้อใจครับ พยายามต่อไป ทําได้แน่นอนครับ ขอให้แน่วแน่ในจุดหมายที่ตั้งไว้ครับ

สําหรับบทความนี้พี่ก็ขอเขียนเพิ่มเติมประเด็นการเรียนในห้องเรียน อีพี หรือ สองภาษา เพื่อให้น้องที่จะเริ่มเปิดเรียนและต้องเตรียมตัวเรียนในห้องเรียนแบบสองภาษาสามารถปรับตัวได้และสามารถทําคะแนนทั้งในห้องและการสอบเข้าเรียนในระดับสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศได้อย่างมั่นใจครับ โดยประเด็นที่จะเขียนถึงคือเรื่องของคุณภาำพของอาจารย์อีพีที่สอนวิชาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยประเด็นนี้พี่เคยเขียนเบื้องต้นในบทความนี้ครับ

ในปัจจุบันจากที่ได้เก็บข้อมูลจากทั้งทางนักเรียน ผู้ปกครองและวารสารสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร อีพี และสองภาษา คือ  อาจารย์ที่โรงเรียนนํามาสอนในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ไม่ได้จบหรือมีความเชี่ยวชาญในวิชาเหล่านี้ ทําให้ไม่สามารถถ่ายทอดหรืออธิบายแนวความคิดหรือทฤษฎีต่างๆให้นักเรียนเข้าใจอย่างลึกซึ้งได้ ซึ่งทําให้นักเรียนส่วนใหญ่อาจได้ภาษาแต่วิชาการจะอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสอบแข่งขันหรือแม้แต่การทําคะแนนในห้องเรียน ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีความสําคัญมาก เพราะ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ ต้องการให้ ลูกหลานของตนที่เรียนใน หลักสูตร อีพี และ สองภาษา ได้ทั้ง ความรู้และวิชาการ เพื่อเตรียมความพร้อมกับ การศึกษาต่อในระดับสูง ที่มีึความจําเป็นต้องใช้ ภาษาอังกฤษในการเรียน หรือ การทํางานในสายอาชีพต่างๆ ซึ่งต่อไปจะต้องแข่งขันกับแรงงานจากต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสารโดยแรงงานเหล่านี้จะเริ่มเข้ามาทํางานในประเทศไทยหลังจากการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน

จา่กความจําเป็นของทั้งภาษาและวิชาการข้างต้น ที่นักเรียนในหลักสูตร อีพี และ สองภาษา ควรได้รับการเรียนรู้และถ่ายทอดจา่กอาจารย์ในโรงเรียนอีพี  ผู้ปกครองและนักเรียนมักมีคําถามเสมอๆ ว่า ควรทําอย่างไร  เพราะ เรียนแต่ที่โรงเรียน อาจารย์ก็ปูพื้นฐานวิชาการในแบบภาษาอังกฤษได้ไม่เต็มที่ เด็กที่เรียนก็ ไม่เข้าใจในเนื้อหา ปล่อยไว้นาน ก็มีผลต่อเด็กในอนาคตอย่างมาก เพราะพอพื้นฐานวิชา คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ไม่แน่นก็จะสอบแข่งขันกับเด็กภาคปกติไม่ได้ กลายเป็นว่าเรียนแล้วได้แต่ภาษา ซึ่งก็ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้  ปัญหานี้ผู้ปกครองบางท่านก็ อาศัยให้บุตรหลานไปเรียนพิเศษกับโรงเรียนกวดวิชาต่างๆ ซึ่งสอนเป็นภาษาไทย ซึ่งก็ช่วยเด็กได้บ้างตอนสอบแข่งขันในโรงเรียนที่จัดสอบเป็นภาษาไทย แต่ก็ไม่ช่วยในการเพิ่มเกรดในห้องเรียน เพราะในห้องเรียน เรียนเป็นภาษาอังกฤษ สอบและทําการบ้านเป็นภาษาอังกฤษ พอเรียนกวดวิชาเป็นภาษาไทย มาเขียนตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ถูก ฟังที่ึึครูสอนหรือให้การบ้านไม่ได้ก็ไม่สามารถทําคะแนนสอบและคะแนนเก็บได้ ดังนั้นจากสาเหตุนี้ผู้ปกครองที่ตอนแรกส่งบุตรหลานไปเรียนกวดวิชาภาคภาษาไทย ก็เริ่มลังเล และพยายามหาวิธีการอื่นๆ เพิ่อให้ ลูกหลาน ทําคะแนนในห้องเรียน อีพีหรือสองภาษา ได้ด้วย  สุดท้ายเลยจําเป็นต้องหา ที่กวดวิชาคณิตและวิทย์ สําหรับ นักเรียน อีพีและ สองภาษาโดยเฉพาะ ซึ่ง อาจารย์จะต้องสามารถเน้นได้ทั้งภาษาและวิชาการที่ีเข้มข้นได้นั่นเอง  แต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนกวดวิชาลักษณะนี้ยังมีค่อนข้างน้อยมากคงต้องอาศัยเวลาที่ทั้งภาครัฐและเอกชนจะเริ่มเล็งเห็นปัญหาและความสําคัญของการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนที่เน้นทั้งภาษาและวิชาการในอนาคตครับ

สําหรับตัวอย่างกวดวิชาที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ หรือ ผสมไทยและอังกฤษ สามารถดูตัวอย่างได้ที่นี่ครับ

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

ความสําคัญของการเีรียนวิชาพื้นฐาน เป็นภาษาอังกฤษ ( เขียนจากตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง)

สวัสดีครับ  เมื่อวันที่ 14 มีนา เราก็พึ่งเสร็จ การตอบปัญหา คณิตศาสตร์ ที่เป็น โจทย์ ภาษาอังกฤษ เพื่อให้ เพื่อนๆ และผู้ปกครอง เห็นความแตกต่างของความสำคัญของการเรียนวิชาพื้นฐานต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ

โจทย์ เลข หรือ วิทยาศาสตร์ บางข้อ หากเราถามหรือเขียนเป็น ภาษาไทย เพิื่อนๆ ทุกคนก็คงสามารถทําได้อย่างไม่ยากนัก แต่โจทย์เดียวกันนี้ หากนํามาถามหรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษแล้ว จากที่เราได้ทําการร่วมสนุกตอบคําถามชิงรางวัลกัน ผมพบว่าเพื่อนๆ จะตอบผิดเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเวลาที่มีคําศัพท์ เฉพาะ หรือ ไวยกรณ์ที่อาจไม่คุ้นเคย ยิ่งทําให้ ไม่เข้าใจคําถามและตอบผิดในที่สุด

จากเหตุการณ์ข้างต้นนี้จึงนํามาสู่ความคิดที่ว่า หลักสูตรการเรียนการสอน หรือ การเสริมการเรียนของเพื่อนๆ หากได้เข้าเรียนในโรงเรียนสองภาษา หรือ กวดวิชา ที่ สอนเป็นสองภาษา น่าจะ ได้ประโยชน์มากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเพื่อนๆ วางแผนไปเรียนต่อในต่างประเทศ หรือ ในสาขาที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ อย่างมาก

นอกจากนั้น อีกประเด็นหนึ่งที่ มีความสําคัญต่อการเีรียนวิชาพื้นฐาน เป็นภาษาอังกฤษ ก็คือการเริ่มต้นของการก้าวเข้าไปสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทยเรา ซึ่งนับว่าน่าเป็นประเด็นสําคัญมากกับการศึกษาของเราและเพื่อนๆ เพราะ เราต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านวิชาการและภาษาในอนาคตอันใกล้นี้เพื่อสามารถแข่งขันกับแรงงานต่างประเทศที่กํา่ลังเข้ามาทํางานในประเทศไทยได้นั่นเอง

หากเพื่อนๆ สนใจ ข้อมูลเกี่ยวกับ ประชาคมอาเซียนและผลกระทบกับการศึกษา่ของไทยเรา สามารถร่วมการเสวนา เรื่อง ทิศทางการศึกษาไทยกับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งจะมีในวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2554 เวลา 8.30 - 12.00 ณ หอประชุมโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม รายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ครับ

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

ปัญหาเชาว์ ของ หลักสูตร English Program

สวัสดีครับ วันก่อนผมนําวิดีโอของสถาบันที่สอน กวดวิชาเลขเป็นภาษาอังกฤษ ดูแล้วน่าสนใจดี วันนี้เลยพยายามไปหาโจทย์เลขที่เป็นกึ่งๆ เชาว์ด้วย มาลองให้เพื่อนๆ ลองทํากันครับ

ผมอ่านดูแล้วไม่ยากมาก เพียงแต่ต้องคิดรอบคอบนิดหนึ่งครับ

ลองดูนะครับ

1. I looked out my window and saw a group of children and dog playing in my back yard, Icounted 17 heads and 44 feet. W...hat is the product of the number of children and the number of dog in my backyard?

2. A fish consists of a head, a body and a tail. The head is 9 cm long. The tail is as long the head and half the body, the body is as long as the head plus the tail. In cm, find the length of fish.

3. A science lab seating 35 pupils has 3 times as many single desks as double desks. If all of the places are occupied. Find the number of single desk.

4.Mikalia can mow a soccer field with her lawn mower in 4 hours. Andre can mow the same field with his lawn mower in 2 hours. How long will it take the two of them working together to mow the field?


ถ้าเพื่อนๆ มีโจทย์ของ English Program มาแชร์กันก็ได้นะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

คณิตศาสตร์ English Program @ SmartEP

สวัสดีครับ วันนี้ พอดี ลองหา วีดีโอ การสอน คณิตศาสตร์ ของ โปรแกรมสองภาษา หรือ English Program ทาง youtube.com แล้วเจอของที่ สถาบันแห่งหนึ่ง ดูน่าสนใจดีครับ เลย เก็บมาฝาก 

อาจารย์ที่นี่ มีจุดเด่นตรง สอนเป็นภาษาอังกฤษ และ มีเทคนิคการทําโจทย์ที่น่าสนใจ  พูดและเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างไม่ยากที่จะเรียนตาม  เหมาะกับเด็กนักเรียนที่อาจพื้นฐานไม่แน่น หรือ ช่วงปรับตัวเข้ากับ English Program ใหม่ๆ



ถ้าเพื่อนๆ มีแนะนําวีดีโอดีๆ คอมเมนต์มาได้นะครับ

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

English Program ไม่ยากอย่างที่คิด

        การจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนสาขาวิชา English Program นี้ ทางด้านครูผู้สอนต้องมีความเข้าใจเสียก่อนว่า นักเรียนที่เรียนในโปรแกรมนี้โดยส่วนใหญ่ หรือแทบจะทั้งหมดของหลากหลายวิชาหลัก คือการเรียนกับครูชาวต่างชาติ ซึ่งมีความแตกต่างทางด้านการสอนจากครูคนไทยมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมภายในชั่วโมงเรียน หรือการใช้คำพูดเพื่อการสื่อสาร ลักษณะการสอนของครูต่างชาติมักจะเน้นให้เด็กไทยได้แสดงออกทางด้านภาษาจาก กิจกรรมภายในห้องเรียน รวมไปถึงการสร้างความตื่นตัวทางด้านการรับรู้ของเด็กไทย ซึ่งครูต่างชาติมีกิจกรรมหลากหลายที่คัดสรรมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้แก่ เด็กภายในชั่วโมงเรียนนั้น ๆ และอีกหลากหลายอย่างที่ครูต่างชาติได้มีการจัดรูปแบบการเรียนการสอนที่ต่าง จากแบบที่เด็กไทยเคยได้รับมาแต่เดิม ไม่ว่าจะเป็นโครงงานต่าง ๆ ที่ครูจัดสรรมาให้กับเด็กเอง

          เมื่อเราสามารถมองเห็น ภาพการสอนของครูต่างชาติออกแล้วนั้น สิ่งที่เด็กไทยควรนำมาปรับเพื่อให้เกิดศักยภาพในตัวเด็กได้อย่างสูงที่สุด คือ การพัฒนาทางด้านภาษาที่ใช้สื่อสารเป็นลำดับแรก อย่าลืมว่าถ้าหากบุตรหลาน หรือแม้แต่ตัวของคุณเองฟังการสื่อสารจากบุคคลหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าใจในเนื้อหาที่บุคคลนั้นสื่อสารมา ก็จะเป็นที่แน่นอนว่าเราก็ไม่สามารถที่จะตอบโต้กลับใด ๆ ได้ทั้งสิ้น และเมื่อไม่มีการโต้ตอบซึ่งการสื่อสารระหว่างกันในความเข้าใจ ก็เท่ากับว่าการเรียนการสอนในหลักสูตร English Program กลับ กลายเป็นการสร้างปัญหาที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ตัวคุณ และบุตรหลานของคุณมากขึ้นเป็นลำดับ 


          ดังนั้นจึงควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการเพิ่มทักษะในการทำความเข้าใจทางด้าน ภาษาอังกฤษให้เพิ่มมากขึ้นในขณะเดียวกันก็ควรส่งเสริมการเรียนวิชาการเพิ่มในแบบที่สอนเป็น ภาษาอังกฤษ ซึ่ง อาจเป็น โรงเรียนกวดวิชา ต่างๆ หรือ การสอนแบบตัวต่อตัว  อย่างไรก็ตาม ผู้เขียน เห็นว่า ไปเรียนเพิ่มที่ โรงเรียนกวดวิชา น่าจะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า การเรียนตัวต่อตัว โดยต้องเน้นว่าต้องเป็นโรงเรียนกวดวิชาที่สอนเป็นภาษาอังกฤษด้วยครับ  เพราะ เด็กจะได้คุ้นเคยกับการใช้ทักษะต่างๆ เช่น การฟัง พูด อ่าน เขียน และ คำศัพท์ต่า่งๆ ที่จําเป็นในวิชาต่างๆ  

          อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ถ้าโรงเรียนกวดวิชาที่สอนวิชาต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ เราควรเรียนแบบที่สอนโดย คนไทย หรือ คนต่างประเทศ ดี
          ผู้เขียนคิดว่า ขึ้นกับ พื้นฐานทางด้าน ภาษา และ วิชาการของ เด็ก เช่น ถ้า เด็ก มีพื้นฐานภาษาไม่ดี เลย คือ อยู่ในระดับที่ สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้  เราควรเริ่มที่ ครูคนไทย ที่ สอนเป็นภาษาอังกฤษ โดยต้องเลือกที่ ครูไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องโดยแน่นอนว่า สําเนียงย่อมไม่เท่ากับ ชาวต่างชาติ แต่ ข้อดีคือ ครูคนไทยจะสามารถพูดไทยและเข้าใจความหมายที่เด็กที่พื้นฐานไม่ดีพยายามสื่อสารได้ ดังนั้นจะค่อยๆ ประัคับประคองให้เด็กค่อยๆ มีพื้นฐานภาษาและวิชาการดีขึ้นตามลําดับ และ ข้อดีอีกข้อ ของครูไทย คือ ครูไทยจะสามารถสอนตามหลักสูตรกระทรวงได้ลึกกว่าในวิชาต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ ซึ่ง อาจารย์ฝรั่งไม่สามารถทําได้

          จากเหตุผลนี้ ผู้เขียนจึงแนะนําว่า  เริ่มเรียน กับ ครูไทย (ที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ) ในช่วงแรกให้ เด็ก มีพื้นฐานทั้งภาษาและวิชาการมากก่อน แล้วในลําดับต่อมาจึงอาจไปเสริมเรื่อง การฟัง และ การพูด กับ อาจารย์ต่างประเทศ  ส่วนในช่วงเตรียมสอบ สอบเข้า หรือ เข้ามหาวิทยาลัย ก็ เรียนเสริมกับ ครูไทย (ที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ) เพื่อให้ได้วิชาการพร้อมมากที่สุด
          
          เพื่อนๆ มีคําถามหรือสนใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสามารถ ถามมายัง facebook หรือ อีเมล ได้นะครับ
  

วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อยากให้ลูกเข้าเรียน EP ป.1 ไม่ทราบมีเกณฑ์การคัดเลือกยังงัยบ้างคะ

ลูกชายเรียนอยู่ อ.2 กำลังจะขึ้น อ.3 พ.ค.นี้ ที่โรงเรียนไทย เคยเข้าไปดู ๆ สาธิตรามบ้างไม่นานนี้ สนใจให้ลูกชายเข้าเรียน ป.1 EP มาก ๆ อยากรบกวนขอทราบเกณฑ์การคัดเลือกเด็กเข้าป. 1EP ค่ะ ว่าต้องเก่งขนาดไหน เน้นการทดสอบเกี่ยวกับอะไร จำเป็นต้องมีพื้นฐานอังกฤษขนาดไหน คืออยากให้เรียนที่นี่น่ะคะ รบกวนคุณครูและคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น ช่วยให้คำแนะนำด้วยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

“มหกรรมตลาดนัดเรียนต่อชั้นม.1 และ ม.4”

            สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ขอเชิญนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ร่วมเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ สู่การกำหนดทิศทางการศึกษาต่อทั้งสายสามัญและสายอาชีวะ ตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียน ในงาน “มหกรรมตลาดนัดเรียนต่อชั้นม.1 และ ม.4” วันที่ 25 - 27 กุมภาพันธ์ 2554 นี้ เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 9 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

             โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ที่พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ค้นหาตนเอง เพื่อมุ่งสู่แนวทางการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการกิจกรรมโรงเรียนดี การจัดแสดงข้อมูลความเป็นเลิศของแต่ละสถานศึกษา  ทั้งสายสามัญและสายอาชีวศึกษา  พร้อมทั้งเชิญสถาบันอาชีวศึกษา และโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ร่วมนำเสนอความโดดเด่น ของโรงเรียนแต่ละแห่ง ให้เป็นทางเลือกสำหรับบุตรหลานของท่านผู้ปกครอง การให้นักเรียนทดลองทำข้อสอบของโรงเรียนดังต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อม รวมทั้งกิจกรรมแนะแนวการศึกษาและตอบข้อซักถามต่างๆ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ที่จะทำให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองมากขึ้น ในรูปแบบที่เป็นกันเอง ภายใต้สีสันของงานเฟสติวัล ในบรรยากาศที่สอดแทรกความสนุก เน้นความสนใจของผู้เรียน เพื่อปรับมุมมอง และทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาให้นักเรียนมีความสนุกสนานและเข้าถึงได้ ง่ายยิ่งขึ้น

พิธี เปิดงานโดย นายชินวรณ์ บุญเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ ณ ห้องแกรนด์ บอลลูม ฮอลล์ 9  เมืองอิมแพ็คเมืองทองธานี เวลา 09.00 น.

              เชิญ ร่วมฟัง การเสวนา ในหัวข้อ "ก้าวย่างอย่างมั่นใจบนเส้นทางการศึกษา" และ "สร้างสุข สู่ความสำเร็จในรั้วโรงเรียนดี มีคุณภาพ " โดย นายชินวรณ์ บุญเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชินภัทร  ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และจากโรงเรียนต่างๆ

              ร่วมเปิดโลกการเรียนรู้ เพื่อวางแผนอนาคตให้กับบุตรหลานของท่าน สู่แนวทางการศึกษาต่ออย่างมีคุณภาพ ในงาน “มหกรรมตลาดนัดเรียนต่อชั้นม.1 และ ม.4” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 - 27 กุมภาพันธ์ 2554 นี้ เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 9 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1579

อยากทราบว่าหากต้องการเรียน English Program (EP) ให้ได้ดีต้องทำอย่างไรอ่ะคะ ?

ตอนนี้เรียน English Program อยู่ค่ะ
อยากทราบว่าหากต้องการเรียนให้ได้ดีต้องทำอย่างไรอ่ะคะ ?


**รบกวนปรึกษาหน่อยนะคะ
เพราะตอนนี้รู้สึกว่าเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าที่ควร


กลัวว่าจะสอบไม่ได้ หรือว่าต้องไปเรียนพิเศษอ่ะคะ ?
คือโรงเรียนเรามีแบบถ้าเกรดไม่ถึง 2 ต้องซ้ำชั้นด้วยอ่ะ

ไม่อยากซ้ำชั้นอ่ะคะ ช่วยหน่อยนะคะ
ขอบคุณค่ะ ;D

เรียนฟรีอีพี กทม.หลักสูตรไฮโซเพื่อคนจน

        กรุงเทพมหานครเปิดหลักสูตรอิงลิช โปรแกรม (อีพี) ในโรงเรียน 2 แห่งอย่าง ไม่บอกใคร มา 4 ปีแล้ว เด็กทุกคนที่เข้าเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่ปกติหลักสูตรไฮคลาสนี้ราคาแพงมหาโหด และนั่นเป็นเหตุผลที่ไม่ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้โรงเรียนทั้งสองแห่งเก็บที่นั่งไว้รอลูกคนไม่รวยมาเข้าเรียนเท่านั้นเมื่อปี2544 กรุงเทพมหานครได้เปิดหลักสูตรอีพี (หลักสูตร 2 ภาษา) ในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัด กทม. 2 แห่ง คือ ร.ร.วัดมหรรณพ์เขตพระนคร และ ร.ร.เบญจมบพิตร เขตดุสิต ซึ่งเป็นโรงเรียนของลูกหลานคนไม่รวย มีอุดมการณ์ชัดเจน กำกับไว้เราต้องการให้โอกาสลูกของคนระดับกลางลงมาถึงคนระดับล่าง ได้มีโอกาสเรียนแบบที่คนรวยเรียนบ้าง เยาวรัตน์ตรีสัตยกุล ศึกษานิเทศก์ 7 สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร กล่าว พร้อมขยายความต่อว่า หลักสูตรอีพีของ กทม.ฟรีทุกอย่าง ทั้งค่าเล่าเรียน หนังสือเรียน เครื่องแบบ และอาหารกลางวันปกติแล้วหลักสูตรอีพีในโรงเรียนรัฐบาลราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3.5 หมื่นบาทต่อปีขึ้นไป ลูกหลานคนจนหมดสิทธิเรียนหลักสูตรไฮโซนี้ แต่ เยาวรันต์ บอก ว่า การศึกษาต้องไม่ทอดทิ้งใคร หากมีลูกคนรวยมาขอเข้าเรียน เราก็จะพูดตรงๆกับเขาว่า ระหว่างลูกคนจนและลูกคนรวยแล้ว เราจะเลือกรับลูกคนจน เพราะเราอยากให้ผู้ปกครองที่มีกำลังจะจ่ายได้ ยอมเสียเงินเรียนที่อื่น เพื่อเก็บที่เรียนในโรงเรียนของ กทม.ไว้ให้คนที่ด้อยโอกาสจริงๆใช่ว่าของฟรีจะไร้มาตรฐานเยาวรัตน์ยืนยันทุกอย่างดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน จะสอนเป็นภาษาอังกฤษ 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ศิลปะและสุขศึกษา ส่วนวิชาภาษาไทย สังคมศึกษา พลศึกษา และการงานพื้นฐานอาชีพ จะสอนเป็นภาษาไทย ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ขณะที่หนังสือเรียนนั้น สั่งเข้ามาจากประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ หรือ ออสเตเลียที่สำคัญคือครูทั้งสองโรงเรียนมีครูชาวต่างชาติเพียงพอตามเกณฑ์ที่กระทรวงศึกษาธิการระบุไว้ร.ร.เบญจมบพิตรมีครูต่างชาติ 6 คน ส่วน ร.ร.วัดมหรรณพ์มี 4 คน แต่เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายรายหัวหลักสูตรอีพีของ กทม.แค่ 2 หมื่นบาทต่อปีเมื่อเทียบกับโรงเรียนเอกชนแล้ว เรามีค่าใช้จ่ายรายหัวที่ถูกมาก เพราะเราไม่ได้นำค่าลงทุนด้านอาคารสถานที่ เราจ้างครูต่างชาติได้ในราคาที่ถูกกว่า เพราะเราพูดกับครูต่างชาติชัดเจนเลย ว่านี่ไม่หวังกำไรแต่เป็นการให้โอกาสเด็กยากจน อีกทั้งเงินที่จ้างครูเป็นงบประมาณแผ่นดิน ต้องใช้ให้เหมาะสม สุดท้ายก็ได้คนที่เข้าใจมาเป็นครู แต่ยืนยันว่าครูต่างชาติทุกคนมีมาตรฐาน แม้ไม่มี Native หรือชาติที่พูดภาษาอังกฤษโดยตรง เช่น ฟิลิปปินส์ แต่ก็จบปริญญาโททางด้านการศึกษา มีประสบการณ์สอนในไทยมาก่อน ที่สำคัญภาษาไทยไม่เพี้ยน เยาวรัตน์ ระบุปีหน้ากทม.มีโครงการเปิดหลักสูตรอีพีเพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ ร.ร.วัดภาษา ร.ร.สวัสดิรักษา และ ร.ร.วัดดอน เยาวรัตน์ อธิบายว่า หลักเกณฑ์การเปิดหลักสูตรอีพี ต้องมีชุมชนชาวต่างชาติอาศัยเด็กจะได้นำไปใช้ประโยชน์จริง รองลงมาดูความพร้อมของโรงเรียนดูเหมือนว่าร.ร.วัดมหรรณพ์ จะบรรลุตามเป้าหมายในแง่ของการนำภาษาอังกฤษมาใช้ประโยชน์ตามที่ เยาวรันต์พูดไว้และนั่นทําให้โรงเรียนเปลี่ยนใจผู้ปกครองหันมายอมรับหลักสูตรอีพี จากที่ช่วงแรกเคยมีคำถามว่า ทําไมโรงเรียนจะต้องสอนลูกเขาเป็นภาษาอังกฤษอมรรัศมีลอยพิมาย ผอ.ร.ร.วัดมหรรณพ์ เล่าว่า ร.ร.วัดมหรรณพ์ เป็นโรงเรียนประจำชุมชนย่านเสาชิงช้า ถนนข้าวสาร ศาลเจ้าพ่อเสือ ประชาชนส่วนใหญ่ค้าขายแผงลอย นิยมส่งลูกมาเข้าเรียนฟรีที่ ร.ร.วัดมหรรณพ์ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล แต่เมื่อ 4 ปีที่แล้วโรงเรียนเลิกรับห้องปกติ นักเรียนอนุบาลต้องเรียนหลักสูตรอีพีโดยปริยาย ทําให้ผู้ปกครองไม่เข้าใจว่าทําไมต้องสอนลูกเขาเป็นภาษาอังกฤษ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ลูกเขาช่วยพูดคุยกับลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติได้ ผู้ปกครองจึงเห็นด้วยกับหลักสูตรอีพีอมรรัศมีกล่าวต่อว่าทุกวันนี้หลักสูตรอีพีได้รับการยอมรับจากชุมชนเป็นอย่างดี แต่โรงเรียนต้องทํางานหนักมากขึ้น ต้องเตรียมความพร้อมภาษาอังกฤษให้ชั้นอนุบาล เพื่อเรียนหลักสูตรอีพีชั้น ป.1 อมรรัศมี บอกว่า เราต้องการปั้นดินให้เป็นดาว เมื่อได้รับการเตรียมพร้อมทางภาษาอย่างดี เด็กเกือบทุกคนมีศักยภาพเรียนภาษาอังกฤษได้ดีระดับหนึ่ง และเรียนหลักสูตรอีพีได้ทางด้านร.ร.เบญจมบพิตร รับหลักสูตรอีพีปีละ 1 ห้องเช่นกัน แต่ปีนี้มีนักเรียนสมัครเรียนถึง 100 คน จึงใช้วิธีการคัดเลือกเป็นตัวตัดสิน อังคณาสัจจชุ ณหธรรม รองผู้อำนวยการ ร.ร.เบญจมบพิตร เล่าว่า จะต้องมีการทดสอบความพร้อมของนักเรียนก่อนรับเข้าเรียน แต่เน้นให้โอกาสลูกคนจนก่อนทั้งสองโรงเรียนยืนยันตรงกันว่านักเรียนของพวกเขามีความสุขกับการเรียนหลักสูตรอีพี กล้าแสดงออกมากขึ้นและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดี โดยคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนชั้น ป.3 ปี 2549 พบว่าได้คะแนนวิชาภาษาอังกฤษ เฉลี่ย 80.77 คณิตศาสตร์ 77.40 วิทยาศาสตร์ 83.73 และภาษาไทย 82.29 ส่วน ร.ร.วัดมหรรณพ์ ได้คะแนนวิชาภาษาอังกฤษ 70.35 คณิตศาสตร์ 68.62 วิทยาศาสตร์ 70.69 และภาษาไทย 64.50แม้ว่าจะประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจแต่ทั้งสองโรงเรียนยังคงไม่ประชาสัมพันธ์ตัวเองมากนัก เพื่อจะได้ไม่ต้องเผชิญกับความยุ่งยาก ต่อสู้กับผู้ปกครองที่ไม่จนจริงแต่ต้องการให้ลูกเข้าเรียนฟรีในหลักสูตร อีพีของ กทม. มิฉะนั้นแล้วโรงเรียนจะไม่สามารถยืนยันอุดการณ์ หลัก สูตรอีพีเพื่อลูกหลานคนจน ไว้ได้สุพินดา ณ มหาชัยข้อมูลจาก คม ชัด ลึก

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ประชุม ผอ.รร.ดัง เพื่อกำหนดเกณฑ์รับนักเรียนปี ๒๕๕๔

นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมกับผู้บริหารโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง เพื่อกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ และหลักเกณฑ์การรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และมัธยมศึกษาปีที่ ๔ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา ๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ


รมว.ศธ.กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับผู้บริหาร สพม.และผู้บริหารโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม ๒๑ คนว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบ จุดเน้นการรับนักเรียน ใน ๓ ประเด็นที่สำคัญคือ

-เด็กทุกคนต้องมีที่เรียน ด้วยกระบวนการรับนักเรียนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรม และเสมอภาค
-ให้กำหนดหลักเกณฑ์และสัดส่วนแผนการรับนักเรียนปีการศึกษา ๒๕๕๔ ให้เหมาะสมกับการยกระดับคุณภาพนักเรียนและโรงเรียนให้ใกล้เคียงกัน รวมทั้งสายอาชีพด้วย โดยให้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงปรับแผนชั้นเรียนรายปี เป็นให้รับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ มากขึ้น และลดแผนการรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ลง เพื่อให้นักเรียนได้เรียนในโรงเรียนใกล้บ้าน เช่น โรงเรียนคู่ขนาน โรงเรียนดีประจำตำบล โรงเรียนดีประจำอำเภอ โรงเรียนเอกชน โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
-ไม่ให้โรงเรียนมีการเรียกเก็บเงินโดยเป็นเงื่อนไขแลกกับการรับเด็กเข้าเรียน แต่โรงเรียนสามารถระดมทรัพยากรได้จากเด็กทุกคน ด้วยความโปร่งใส เปิดเผย เป็นไปตามหลักเกณฑ์ประกาศ ศธ. โดยจะต้องทำความเข้าใจกับผู้ปกครองให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ และควรยกเว้นนักเรียนที่มีฐานะยากจน

หลักเกณฑ์การรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔

ให้รับนักเรียนชั้น ม.๔ จากนักเรียนที่จบชั้น ม.๓ ของโรงเรียนที่มีศักยภาพเหมาะสมเข้าเรียน และเปิดโอกาสให้รับนักเรียนทั่วไปจากโรงเรียนอื่นเข้าเรียนด้วย แต่กำหนดสัดส่วนให้รับนักเรียนทั่วไป ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ดังนี้

-โรงเรียนที่เปิดสอนทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้รับนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.๔ จากนักเรียนที่จบชั้น ม.๓ ของโรงเรียนที่มีศักยภาพเหมาะสมเข้าเรียน โดยโรงเรียนและคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือคณะกรรมการเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกที่เป็นธรรม โปร่งใส และเปิดโอกาสให้รับนักเรียนทั่วไปจากโรงเรียนอื่นเข้าเรียนด้วย ตามสัดส่วนที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือคณะกรรมการเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำหนด ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ ๒๐

-กรณีรับนักเรียนทั่วไปจากโรงเรียนอื่นเข้าเรียนชั้น ม.๔ ให้ใช้วิธีการสอบคัดเลือก โดยใช้แบบทดสอบวัดความสามารถทางวิชาการของโรงเรียน หรือให้ใช้ผลคะแนน O-NET

-ให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา จัดหาที่เรียนให้เด็กที่ประสงค์จะเข้าเรียนชั้น ม.๔ ได้เข้าเรียนทุกคนตามความเหมาะสม ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ โดยวางแผนการรับนักเรียนร่วมกันกับโรงเรียนทุกสังกัด

การเพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้อง

ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาพิจารณา แต่ควบคุมจำนวนนักเรียนต่อห้องไม่เกิน ๕๐ คน และไม่ให้ขยายเพิ่มห้องเรียน ดังนี้

-โรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กปกติหรือจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส

๑.ให้โรงเรียนรับนักเรียนชั้นก่อนประถมศึกษา ห้องละ ๓๐ คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกิน ให้รับได้ไม่เกินห้องละ ๔๐ คน โดยให้เสนอสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอนุมัติ ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำหนด

๒.ให้โรงเรียนรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ห้องละ ๔๐ คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกิน ให้รับได้ไม่เกินห้องละ ๕๐ คน โดยให้เสนอสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอนุมัติ ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำหนด

๓.ให้โรงเรียนรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ห้องละ ๔๐ คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกิน ให้รับได้ไม่เกินห้องละ ๕๐ คน โดยให้เสนอสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสำนักงานเขตพื้นที่การ ศึกษามัธยมศึกษาอนุมัติ ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือคณะกรรมการเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำหนด

-โรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ ให้โรงเรียนรับนักเรียนพิการ ห้องละ ๑๐ คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกิน ให้รับได้ไม่เกินห้องละ ๑๕ คน

-โรงเรียนที่จัดการศึกษาด้วยวัตถุประสงค์พิเศษ ให้โรงเรียนรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาห้องเรียนพิเศษ EP และ MEP ห้องละ ๓๐ คน ชั้นมัธยมศึกษา EP และ MEP ห้องละ ๓๐ คน ห้องเรียนอื่นๆ ห้องละ ๓๖ คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกิน ให้รับได้เฉพาะห้องเรียนอื่นๆ ไม่เกินห้องละ ๔๐ คน โดยให้เสนอสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสำนักงานเขตพื้นที่การ ศึกษามัธยมศึกษาอนุมัติ ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือคณะกรรมการเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำหนด
แผนการรับนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๔ โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงกำหนดแผนการรับเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๔ โดยเพิ่มแผนการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ มากขึ้น และลดแผนการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ลง เพื่อให้นักเรียนได้เรียนใกล้บ้านในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนดีประจำ ตำบล โรงเรียนดีประจำอำเภอ โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โรงเรียนเอกชน และได้เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง มากขึ้น เมื่อดำเนินการรับนักเรียนแล้ว ไม่อนุญาตให้มีการขยายห้องเรียนเพิ่มได้อีก

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ ขอให้โรงเรียนงดการรับฝากเด็ก ซึ่งตนจะไม่รับฝากเด็ก และไม่ให้คนใกล้ชิดหรือผู้ใดนำชื่อไปแอบอ้างฝากเด็กโดยเด็ดขาด หลังจากนี้จะประชุมร่วมกับเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจในนโยบายการรับนักเรียนต่อไป จากนั้น ศธ.จะมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องต่อสาธารณชนก่อนถึงกำหนดระยะเวลาการ สมัครรับนักเรียน ซึ่งขณะนี้ได้ให้ สพฐ.ปรับปรุงแก้ไขประกาศแนวปฏิบัติการรับนักเรียน เพื่อให้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงการวิ่งเต้นฝากเด็กหรือเรียกเก็บ เงินที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ ศธ. อีกต่อไป และที่สำคัญคือ เพื่อตอบโจทย์เรื่องคุณภาพของนักเรียนและสถานศึกษา ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง คือ คุณภาพ โอกาส และการมีส่วนร่วม

สำหรับผู้บริหารโรงเรียนที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ คือ ผอ.สพม.เขต ๑, ผอ.สพม.เขต ๒, ผอ.รร.เตรียมอุดมศึกษา, สวนกุหลาบวิทยาลัย, สตรีวิทยา, เทพศิรินทร์, สามเสนวิทยาลัย, ศึกษานารี, บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี), หอวัง, เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ, สตรีวิทยา๒, สวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี, เบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา, สตรีสมุทรปราการ, ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ฯ, หาดใหญ่วิทยาลัย ๒, ปทุมเทพวิทยาคาร, วัฒโนทัยพายัพ, ขอนแก่นวิทยายน และลำปางกัลยาณี.

เด็กที่เรียน EP จะทำคะแนน o-net,gat pat ได้ดีเท่ากับหลักสูตรธรรมดาหรือไม่

เด็กที่เรียน EP จะทำคะแนน o-net,gat pat ได้ดีเท่ากับหลักสูตรธรรมดาหรือไม่

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

Satreephuket School International English Program Training

ตัวอย่างโครงการภาษาอังกฤษสําหรับโรงเรียน EP ที่น่าสนใจครับ พอดีได้มาจาก เว็ป อาจารย์ ขจิต ฝอยทอง http://gotoknow.org/blog/yahoo/356126


 โครงงานภาษาอังกฤษหลักการใหญ่ๆคือ นักเรียนมีปัญหาอยากทำโครงงานเองโดยครู
วางกรอบใหญ่ๆไว้เมื่อนักเรียนทำโครงงาน ครูต้องช่วยเหลือในด้านภาษา ด้านแหล่งข้อมูล 
ซึ่งนักเรียนจะขวนขวาย
ค้นข้อมูลของตนเองเพราะเป็นเรื่อง
ที่นักเรียนสนใจ โครงงานภาษาอังกฤษนั้น นักเรียนได้พัฒนาในทักษะ การฟัง การพูด 
การอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษ
 นอกจากนี้นักเรียนยังมีการพัฒนาทักษะด้านสังคม(social skill) เช่นความรับผิดชอบ
 การทำงานร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น
 


 

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

การเรียนแผนการเรียน English Program (EP) ของที่โรงเรียนสตรีนนทบุรี

สวัสดีจ้าชาว Dek-D.com วันนี้ก็มาเจอพี่แนนกันอีกเช่นเคย และตามสัญญาที่พี่แนนบอกไว้ในคราวที่แล้วกับ 3 แผน.. ว่า คราวรี้พี่แนนจะนำเรื่องราวแบบลึกๆ ของการเรียนแผน EP หรือ English Program มาฝากน้องๆที่สนใจกันค่ะ

     ซึ่งข้อมูลนี้พี่แนนก็ได้จากการพูดคุยกับอาจารย์อังศนา นาคสวัสดิ์ หัวหน้าโครงการภาคภาษาอังกฤษ โรงเรียนสตรีนนทบุรี มา ค่ะ ซึ่งอาจารย์ก็ใจดีให้ข้อมูลมาค่ะว่า สำหรับการเรียนแผนการเรียน English Program หรือ เรียนกันว่า EP อย่างของที่โรงเรียนสตรีนนทบุรีแห่งนี้ เปิดสอนมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546 แล้ว

เด็กดีดอทคอม :: ชี้ชัดๆ แผน EP เรียนอะไรกัน?; tags: English Program,สตรีนนทบุรี,EP,โปรแกรม,ภาษาอังกฤษ
 
     โดยเปิดการเรียนแผน EP ตั้งแต่ระดับชั้น ม.1-ม.6 ระดับละ 2 ห้องเรียน ห้องเรียนหนึ่งก็มีประมาณ 30 คน การเรียน การสอนก็จะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ยกเว้นในบางวิชาที่เกี่ยวกับความเป็นไทย เช่น ศิลปะ บางบทของวิชาสังคม (กฎหมาย) นาฎศิลป์ พละศึกษา

     นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมหลักสูตร เช่น

     - จัดสอนเสริมในรายวิชาวิทย์ คณิต อังกฤษ สังคม ภาษาไทย ในวันเสาร์ หรือหลังเลิกเรียน
 
     - จัดสอนภาษาจีนเป็นภาษาที่สองสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาสามารถ  เลือกเรียนภาษาจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น หรือเยอรมัน ตามความสนใจ- ทัศนศึกษา อย่างน้อยปีการศึกษาละ 1 ครั้ง

     - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดให้เข้าค่ายทักษะชีวิตในต่างแดน (มาเลเซีย,สิงคโปร์ หรือประเทศใกล้เคียงอื่นๆที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร) ฯลฯ

     ส่วนข้อสอบ เวลาสอบ 90% ก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งนั้นค่ะ ยกเว้นบางวิชาที่ได้กล่าวไป  ซึ่งเป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาได้กำหนดไว้ ซึ่งการเปิดสอนก็ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก่อน ซึ่งต้องดูความพร้อม และมาตรฐานได้ด้านต่างๆ มีกรรมการตรวจสอบ ค่าใช้จ่ายแผนการเรียนนี้จะเท่ากันอยู่ที่ 35,000บาท/เทอม ซึ่ง จะรวมเอกสารประกอบการเรียนตลอดทั้งปีการศึกษา เรียนห้องปรับอากาศ  ซึ่งนักเรียนที่จบออกไปก็สามารถไปสอบได้ทั้งสายสามัญหรือจะเรียนต่ออินเตอร์ ก็ได้

     อาจารย์อังศนาฝากบอกมาค่ะว่า การเรียน English Program ถือว่าได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีแนวโน้มว่าจะกำหนดให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองด้วยในหลายๆเรื่อง เรียนก่อน ได้เปรียบค่ะ

     โอโห้ ฟังแล้วพี่แนนอยากเรียนบ้างจังเลยค่ะ เพราะภาษาอังกฤษก็เป็นที่รู้กันว่า เป็นภาษาสากล สื่อสารได้รอบโลก เดี๋ยวนี้ใครเก่งภาษาอังกฤษ แบบฟังรู้เรื่อง พูดได้คล่อง ได้เปรียบที่สุด สำหรับพี่แนน ถ้าฟังได้พูดคล่องละก็ อิอิ จะเก็บตังค์ไปเที่ยวเมืองนอกบ้าง คอยดู!!

     น้องๆชาว Dek-D.com คนไหนสนใจเรียน  EP กันบ้าง ยกมือหน่อย ส่วนคนไหนที่เรียนอยู่ ก็แวะมาเมนท์บอกกันบ้างนะคะว่า เรียนสนุกสนานแค่ไหน ยากไหม เผื่อใครสนใจจะได้ไปเรียนกันเยอะๆนะคะ

     ปล.อาิทิตย์หน้า ติดตามเรื่องราวจากประสบการณ์จริงของน้องคนหนึ่งที่เรียน EP มาเล่าใ้ห้ฟังกันค่ะว่า เรียนแผนนี้เค้าเรียนอะไรบ้าง ยากกว่าคนอื่น แล้วแตกต่างจากคนอื่นจริงหรือ??
เด็กดีดอทคอม :: ชี้ชัดๆ แผน EP เรียนอะไรกัน?; tags: English Program,สตรีนนทบุรี,EP,โปรแกรม,ภาษาอังกฤษ 
 

เด็กดีดอทคอม :: ชี้ชัดๆ แผน EP เรียนอะไรกัน?; tags: English Program,สตรีนนทบุรี,EP,โปรแกรม,ภาษาอังกฤษ
ขอบคุณ dek-d.com สําหรับข้อมูลครับ
ที่มา http://www.dek-d.com/content/print.php?id=22418
 

ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนสาขาวิชา English Program

ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนสาขาวิชา English Program

การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนสาขาวิชา English Programการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนสาขาวิชา English Program นี้ ทางด้านครูผู้สอนต้องมีความเข้าใจเสียก่อนว่า นักเรียนที่เรียนในโปรแกรมนี้ โดยส่วนใหญ่ หรือแทบจะทั้งหมดของหลากหลายวิชาหลัก คือการเรียนกับครูชาวต่างชาติ ซึ่งมีความแตกต่างทางด้านการสอนจากครูคนไทยมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมภายในชั่วโมงเรียน หรือการใช้คำพูดเพื่อการสื่อสาร ลักษณะการสอนของครูต่างชาติมักจะเน้นให้เด็กไทยได้แสดงออกทางด้านภาษาจาก กิจกรรมภายในห้องเรียน รวมไปถึงการสร้างความตื่นตัวทางด้านการรับรู้ของเด็กไทย ซึ่งครูต่างชาติมีกิจกรรมหลากหลายที่คัดสรรมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้แก่ เด็กภายในชั่วโมงเรียนนั้น ๆ และอีกหลากหลายอย่างที่ครูต่างชาติได้มีการจัดรูปแบบการเรียนการสอนที่ต่าง จากแบบที่เด็กไทยเคยได้รับมาแต่เดิม ไม่ว่าจะเป็นโครงงานต่าง ๆ ที่ครูจัดสรรมาให้กับเด็กเอง

เมื่อเราสามารถมองเห็น ภาพการสอนของครูต่างชาติออกแล้วนั้น สิ่งที่เด็กไทยควรนำมาปรับเพื่อให้เกิดศักยภาพในตัวเด็กได้อย่างสูงที่สุด คือ การพัฒนาทางด้านภาษาที่ใช้สื่อสารเป็นลำดับแรก อย่าลืมว่าถ้าหากบุตรหลาน หรือแม้แต่ตัวของคุณเองฟังการสื่อสารจากบุคคลหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าใจในเนื้อหาที่บุคคลนั้นสื่อสารมา ก็จะเป็นที่แน่นอนว่าเราก็ไม่สามารถที่จะตอบโต้กลับใด ๆ ได้ทั้งสิ้น และเมื่อไม่มีการโต้ตอบซึ่งการสื่อสารระหว่างกันในความเข้าใจ ก็เท่ากับว่าการเรียนการสอนในหลักสูตร English Program กลับ กลายเป็นการสร้างปัญหาที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ตัวคุณ และบุตรหลานของคุณมากขึ้นเป็นลำดับ ดังนั้นจึงควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการเพิ่มทักษะในการทำความเข้าใจทางด้าน ภาษาอังกฤษให้เพิ่มมากขึ้นจะดีกว่าการแก้ปัญหาด้วยการส่งเด็กไปเรียนกวดวิชา ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุที่แท้จริงคือเด็กไม่ได้มีความเข้าใจทางภาษาอังกฤษอย่างถูกต้อง มากกว่า

ดังนั้นการแก้ปัญหา คงต้องเริ่มจากการมองให้ลึกซึ้งถึงเหตุแห่งปัญหาว่า บุตรหลานของท่านมีปัญหาทางด้านภาษาเน้นหนักไปในด้านใด และวางรูปแบบแผนการแก้ไขปัญหาให้เป็นระบบ ระเบียบโดยชัดเจน เมื่อท่านได้วิเคราะห์ถึงเหตุแห่งปัญหาได้แล้ว และได้จัดการแก้ไขจากต้นเหตุแห่งปัญหาซึ่งเป็นจุดสำคัญไปจนถึงจุดที่เป็น ปลายเหตุแห่งปัญหาได้แล้ว ท่าน หรือ บุตรหลานของท่านจะมีศักยภาพทางภาษาเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อศักยภาพทางภาษาเพิ่มมากขึ้น ก็สามารถที่จะนำภาษาอังกฤษไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากอย่างเห็นได้ ชัด เพื่อผลสำเร็จในด้านต่าง ๆ ในทุกทักษะได้อย่างดีที่สุด

ทาง ผู้เขียนมีความชำนาญในการวิเคราะห์ถึงเหตุแห่งปัญหา และได้ทำการออกแบบการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนานช่วง เวลาหนึ่งมาแล้ว และได้นำหัวข้อการเรียนการสอนแบบนี้มานำเสนอให้แก่ ท่านและบุตรหลานของท่านเพื่อให้ได้นำไปพิจารณาถึงการแก้ไขปัญหาให้ถูก ต้องอย่างเป็นระบบ 


ที่มา http://www.myspace.com/ms.rinda/blog/512353686?__preferredculture=en-US&__ipculture=en-US